ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)


ทอนซิลคืออะไร
ทอนซิล เป็นเนื้อเยื่อก่อนคู่ 2 ข้างของลิ้นไก่

เป็นกล่มเนื้อเยื่อน้ำเหลืองซึ่งเป็น ที่ชุมนุมของเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก เนื่องจากทอนซิลตั้งอยู่บริเวณต้นทางของทางเดินหายใจ ทำให้เป็นด่านแรกที่จะดักเชื้อโรค (ทั้งแบคทีเรียและไวรัส) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

ทอนซิลอักเสบ

การอักเสบเฉียบพลัน
มักเกิดในผู้ป่วยที่อ่อนเพลีย พักผ่อนน้อย จึงทำให้ภูมิต้านทานต่ำหรือเกิดจากเชื้อโรคที่บุกรุกเข้ามาจำนวนมากเกินไป ก็ทำให้ทอนซิลอักเสบเฉียบพลันขึ้นมาได้

ภาวะแทรกซ้อน
การติดเชื้อของต่อมทอนซิล อาจลุกลามทำให้เกิดฝีที่คอได้ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบนอกจากนั้นทอนซิลอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรียสำคัญชนิดหนึ่งที่มี ชื่อว่า สเตรปโตคอกคัส (Streptococcus) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ็บคอบ่อยจะต้องได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่าง น้อย 7-10 วันเสมอ เพื่อกำจัดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคกรวยไตอักเสบหรือโรคหัวใจรูมาติก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาแทรกซ้อนที่เกิดตามหลังเมื่อทอนซิลทุเลาแล้ว

การอักเสบเรื้อรัง
ถ้าต่อมทอนซิลมีการติดเชื้อบ่อยมาก ผู้ป่วยจะเจ็บคอเรื้อรัง มีกลิ่นปาก จะทำให้ทอนซิลมีขนาดใหญ่ขึ้น มีพื้นผิวขรุขระ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากผู้ป่วยเจ็บคอ แล้วกินยาฆ่าเชื้อไม่ครบและทำให้เชื้อดื้อยาจนทอนซิลเป็นที่เพาะเชื้อไปเสีย เอง วันดีคืนร้ายถ้าอ่อนเพลียพักผ่อนน้อยเชื้อโรคในทอนซิลจะแผลงฤทธิ์ออกมา ทำให้เจ็บคอเป็น ๆ หาย ๆ ได้บ่อย เกิดเป็นภาวะทอนซิลอักเสบเรื้อรังในที่สุด

การรักษา
ทอนซิลอักเสบอาจติดเชื้ออาจติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียก็ได้ การรักษาเบื้องต้น คือ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ ให้ยาแก้ปวด แก้ไอ ยาอม จะให้ยาปฏิชีวนะก็ต่อเมื่อคิดว่าเกิดการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย คือ มีอาการไข้สูง เจ็บคอมาก ทอนซิลบวมแดงมากหรือจนถึงขั้นเป็นหนอง

สำหรับการผ่าตัดทอนซิล จะทำก็ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ คือ
1.มีการอักเสบของทอนซิลบ่อยมาก (มากกว่า 4 – 6 ครั้ง/ปี)
2.ทอนซิลโตมากอุดตันทางเดินหายใจ
3.ทอนซิลโตข้างเดียว สงสัยเป็นเนื้องอกหรือเนื้อร้าย
เมื่อผ่าตัดทอนซิลไปแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเนื้อเยื่อคอยสกัดจับเชื้อโรคเพราะเรายังมีต่อมน้ำ เหลืองอื่น ๆ ในร่างกายทำหน้าที่แทนได้

ข้อแนะนำคนไข้ทีมีอาการเจ็บคอ
อาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งไม่ต้องการยาแก้อักเสบ เพียงแต่ให้ยาบรรเทาอาการ เช่น ยาลดไข้แก้ปวด ยาอมแก้เจ็บคอ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือไม่แน่ใจว่าเจ็บคอนั้นเกิดจากสาเหตุใดกันแน่หรือเป็นเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ หลายครั้ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์โปรดระวังเรื่องชี้ยาแก้อักเสบรับประทานเอง เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยา
นอกจากนี้ ควรสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดหู หูอื้อ ไอหอบเหนื่อย เสียงแหบ ก็ควรปรึกษาแพทย์เช่นกัน เพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นแล้ว

ข้อมูล โดยนายแพทย์ทวีชัย พิตรปรีชา โรงพยาบาลพญาไท2