อาหารเพื่อผิวงาม

มีสารอาหารดีๆ ที่ช่วยให้คุณมีผิวพรรณงดงามโดยตรง

วิตามินซี ช่วยให้ผิวสวย

ทำให้ผิวหนังแข็งแรงมีสุขภาพดี

ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นไม่เหี่ยวย่นง่าย

รักษาอาการจุดด่างดำและฝ้าได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้วิตามินซี ยังช่วยให้คุณที่เป็นโรคภูมิแพ้บรรเทาอาการลงได้ ป้องกันหวัดและทำให้หายเร็ว ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย เพิ่มความสามารถในการขจัดพิษป้องกันต้อกระจกในผู้สูงอายุ ป้องกันโรคโลหิตจาง บรรเทาความเครียด คลายอาการอ่อนเพลีย ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง บรรเทาความเครียด คลายอาการอ่อนเพลีย ช่วยรักษาค่าคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ป้องกันโลหิตเป็นพิษ มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมหมวกไต ลดภาวะเสี่ยงของโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารและตับทำให้ประสาทสัมผัสไวขึ้น ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ป้องกันโรคโลหิตเป็นพิษ ทำให้กระดูกและเยื่อบุมีความทนทานแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคท้องผูก

อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน ซี

ฝรั่ง สตรอเบอร์รี มะละกอ บร็อกโคลี กีวี ส้ม มะนาว มะขาม มะเฟือง มะไฟ ส้มโอ มะกรูด พริกหยวก ผักบุ้ง ฟักทอง มันเทศ พริกไทย กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ เซเลอรี่ ถั่วลันเตา เมล่อน รากบัว มะม่วง ขึ้นฉ่าย
ปริมาณวิตามิน ซี ที่ได้รับในแต่ละวัน
ผู้หญิง : 50 มิลลิกรัม
ผู้ชาย : 50 มิลลิกรัม
สตรีตั้งครรภ์ : 60 มิลลิกรัม

หากได้รับวิตามิน ซี มากกว่า 10 กรัม/วัน จะทำให้ท้องเสีย เกิดผดผื่นหรือปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่ใช่อาการรุนแรงมากนัก

คุณสมบัติของวิจามิน ซี
ละลายในน้ำไม่ค่อยทนกับความร้อนอากาศ กรด และด่าง มีข้อแนะนำในการประกอบอาหารจากวิตามิน ซี ไม่ทนอากาศดังนั้นหั่นแล้วต้องกินทันที วิตามินซี ในผักยังสูญสลายในระหว่างการปรุงถึง 50 – 60 % ทีเดียวหากกินสดๆ ได้จะดีกว่า แต่การผัดจะทำให้วิตามิน ซี สูญสลายน้อยกว่าการต้ม

วิตามินอี ช่วยให้ผิวสวย

ลดจุดด่างดำบนผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชะลอความชราเนื่องจากวิตามิน อี จะต่อต้านลิปิดเปอรอคไซค์ ซึ่งสารนี้จะไปจับตัวกับโปรตีนสร้างเม็ดเลือดแห่งความชราหรือลิโปฟูสซิน จากนั้นจะไปติดตามอวัยวะและกล้ามเนื้อ ผู้ที่ได้รับวิตามินอย่างเหมาะสมจึงดูเด็กกว่าอายุจริง แต่ถ้าลิปิดเปนรอคไซค์มีจำนวนมากจะต้องอาศัยวิตามิน ซี ร่วมด้วยจึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด

ทำให้แผลเป็นค่อยๆ จางลง

ให้ความชุ่มชื้นกับผิวพรรณทำให้ผิวนุ่มนวล

นอกจากนี้วิตามิน อี ยังช่วยต่อต้านมะเร็ง ช่วยในการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ป้องกันการแท้งลูก รักษาอาหารหลังหมดประจำเดือนได้ดี บรเทาอาการหนาวสั่น บรรเทาโรคริดสีดวง ป้องกันปอดจากมลภาวะเป็นพิษ ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง บรรเทาอาการปวดไหล่ปวดหลัง รักษาแผลจากน้ำกัดได้ดี ลดอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกและโรคหัวใจ ป้องกันไขันสะสมในตับป้องกันโรคเลือดไหลไม่หยุด

อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน อี

ปลาหมึก ปลาแซลมอน ปลาแมกเคอเรล ปลาซาดีน ปลาไหล ไข่ปลา น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี มายองเนส(ใส่ไข่) มาร์การีน เนยแท้ บร็อคโคลี ส้ม มะม่วงสุก อะโวคาโด ฟักทอง ถัวลิสง เฮเซลนัต อัลมอนด์ งาดำ งาหม่อน มันเทศ ผักบุ้ง ตับปลา ผักโขม ผักกาดหอม ชะพลู

ปริมาณวิตามิน อี ที่ควรได้รับใน 1 วัน

ผู้หญิง : 8 มิลลิกรัม
ผู้ชาย : 7 มิลลิกรัม
หากได้รับวิตามิน อี มากเกินไป ไม่มีปัญหาใดๆ แม้คุณจะได้รับวิตามิน อี มากเกินไป

คุณสมบัติของวิจามิน อี

ละลายในไขมัน คุณจึงต้องกินอาหารที่มีไขมันบ้าง ไม่เช่นนั้นก็จะนำวิตามิน อี ไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ วิตามิน อี ยังมีความทนความร้อน กรด แต่จะละลายตัวง่ายถ้าถูกรังสี UV และด่าง

เซเลนั่ม ช่วยให้ผิวสวย

ลดจุดด่างดำบนใบหน้าได้ดี

ต่อ ต้านปฏิกิริยาออกซิไดส์หรือป้องกันส่วนต่างๆ ไม่ให้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนซึ่งจะทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ และจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพถ้าได้ร่วมมือกับวิตามินอี ซึ่งการต่อต้านปฏิกิริยาออกซิไดส์นี้จะช่วยคงความอ่อนวัยของผิวพรรณและเยื่อ บุต่างๆไว้ได้ ดังนั้นเซเลนั่มจึงได้ว่าธาตุแห่งความหนุ่มสาว
นอกจากนี้เซเลนั่มยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายต่อต้านมะเร็ง บรรเทาพิษจากโลหะต่างๆ เช่น แคดเมียม ปรอท เป็นส่วนประกอบสำคัญในเอนไซม์ ช่วยในการสร้างอสุจิในเพศชาย บำรุงการทำงานของหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ป้องกันดวงตาจากปฏิกิริยาออกซิไดส์ทำให้ดวงตามองเห็นได้ชัดเจน ป้องกันอาการต้อกระจก ป้องกันอาการผมร่วงและช่วยป้องกันรังแค บำรุงหลอดเลือดไม่ให้ทรุดโทรม

อาหารที่อุดมไปด้วยเซเลนั่ม

ปลาซาร์ดีน ปลาลิ้นหมา หอยเชลล์ หอยนางรม ปลาค็อด เนื้อวัว ข้าวกล้อง เบียร์

ปริมาณเซเลนั่ม ที่ควรได้รับใน 1 วัน

ผู้หญิง : 70 ไมโครกรัม
ผู้ชาย : 55 ไมโครกรัม
สตรีมีครรภ์ : 65 ไมโครกรัม
หากได้รับเซเลนั่มมากเกิน 300 ไมโครกรัม / วัน จะทำให้เกิดการสะสมพิษได้ เช่น คลื่นไส้อาเจียน หรือถึงกับหมดสติได้

คุณสมบัติของเซเลนั่ม

เซเลนั่มมีความทนต่อแสงแดด ความร้อน กรดและด่างได้ดี

ทองแดง ช่วยให้ผิวสวย

ทำ ให้ผิวดูมีเลือดฝาดไม่ซีดเซียวเนื่องจากการสร้างเม็ดสีหรือเมลามีนนั้นต้อง ใช้เอนไซม์ Tyrosinase และอนไซม์ตัวนี้ต้องมีทองแดงเป็นส่วนประกอบ

ช่วย ให้ผิวพรรณยืดหยุ่นและทำให้เหี่ยวย่นง่าย ผิวจึงเรียบตึงเนื่องจากต้องใช้เอนไซม์ที่มีทองแดงเป็นส่วนประกอบจะทำหน้า ที่สร้างอิลาตินและคอลลาเจนที่ทำให้ผิวยืดหยุ่นแข็งแรง

นอกจากนี้ทองแดงยังช่วยให้สีผมคงความดำไม่หงอกก่อนวัย ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันอาการไขข้ออักเสบ บำรุงหัวใจทำให้หายใจได้สะดวก ช่วยสร้างฮีโมโกลบินจึงช่วยให้ร่างกายนำออกซิเจนไปยังรับบต่างๆ ได้ดีขึ้น ลดอันตรายจากสารพิษต่างๆ ช่วยให้ร่างกายสามารถนำธาตุเหล็กมาใช้ได้

อาหารที่อุดมไปด้วยทองแดง

หอยนางรม กั้ง กุ้ง ตับหมู เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เฮเซลนัต อัลมอนด์ ถั่วหมัก เห็ด อะโวคาโด ถั่วเหลือง งาดำ ข้าวกล้อง ลูกเดือย หอยเชอร์รี ปู

ปริมาณทองแดง ที่ควรได้รับใน 1 วัน

ในผู้ใหญ่ควรได้รับปริมาณ 2 – 3 มิลลิกรัม

หากได้รับทองแดงจากอาหารมากเกินไปแทบเป็นไปไม่ได้หรือได้มากก็ไม่เป็น อันตราย แต่จะเป็นอันตรายแน่ถ้าคุณได้รับทองแดงจากภาชนะซึ่งปนเปื้อนออกมา และหากได้รับมากถึง 200 มิลลิกรัมก็จะทำให้เป็นอันตรายได้

นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่ช่วยให้ผิวพรรณคุณดีในทุกรูปแบบ

ช่วยให้ผิวซีดเซียวดูดีมีเลือดฝาด

กะหล่ำปลี มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ หัวหอมแดง เห็ดหูหนู เห็ดหอม กุยช่าย ถั่วเหลือง ถั่วดำ งาดำ สาหร่าย ผักโขม ผักกาดหอม ข้าวซ้อมมือ มะนาว สตรอเบอร์รี ปู ปลาหมึก

ช่วยให้ผิวเต่งตึงเปล่งปลั่ง และนุ่มเนียน

ไข่ไก่ ไข่นกกระทา เนย นมถั่วเหลือง นมวัว มาร์การีน เนยแท้ แอปเปิ้ล ถั่วแดง งาดำ ถั่วเหลือง หน่อไม่ฝรั่ง ข้าวสาลี ข้าวโพด ผักโขม มะละกอ เมล็ดทานตะวัน กล้วยหอม น้ำผึ้ง อะโวคาโด มะม่วงสุก แคนตาลูป

ช่วยให้ผิวเนียนและทำให้รอยแตกลายดูจางลง

ขึ้นฉ่าย ถั่วเหลือง ถั่วพลู ถั่วลันเตา ถั่วงอก กะหล่ำปลี งาดำ

ช่วยให้ผิวที่มีจุดด่างดำขาวใสขึ้น

หัวไชเท้า แตงกวา ส้ม แตงโม ฝรั่ง นมวัว นมถั่วเหลือง แครอท องุ่น มะนาว มะเฟือง แอปเปิลเขียว ผักกาดหอม เซเลอรี่ มะม่วงดิบ มะเขือเทศ ผักบุ้ง ส้มโอ กีวี บลูเบอร์รี แบล็เคอแรนต์ แอพริคอต สับปะรด เสาวรส

About admin

Speak Your Mind

*

สุขภาพ