โรคหืด


โรคหืดเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากหลอดลม

มีความไวต่อการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า ได้ง่ายกว่าปกติ การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด ควรศึกษาถึงการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด ควรศึกษาถึงข้อมูลต่าง อาทิ ตัวกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดการจับหืด วิธีการใช้ยาที่ถูกต้องจำนวนและขนาดยาที่ใช้และวิธีการใช้พ่นยาที่ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายจะต้องรู้จักวิธี การวัดสมรรถภาพการทำงานของปอดด้วยตัวเอง จากเครื่องวัดอัตราการไหลสูงสุด (Mini-Wright Peak flow meter) ซึ่งจะนำเอาผลการตรวจดังกล่าวไปใช้ในการประเมินความรุนแรงของโรคและปรับแผน การรักษาให้เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการเตือนสติให้ผู้ป่วยรีบไปพบแพทย์ ในกรณีที่ผลการทำงานของปอดเสื่อมถอยลง

หลักการรักษาโรคหืดด้วยตนเองมีดังนี้

1.หลีกเลี่ยงภาวะมลพิษ

ภาวะ มลพิษที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองใหญ่ๆ เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคปอดหลายชนิด อาทิ โรคถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง มะเร็งปอด อีกทั้งยังเป็นผลเสียต่อผู้ป่วยโรคหืด ก๊าซที่อยู่ในมลพิษเหล่านี้ได้ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์-ไดออกไซด์ และอนุภาคอื่นๆ สามารถพบได้ในเมืองใหญ่ๆ ที่มีการจราจรคับคั่ง มีโรงงานอุตสาหกรรมและมีผู้คนอาศัยกันอย่างหนาแน่น ก๊าซเหล่านี้เป็นโทษต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคหืดควรอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศบริสุทธิ์ โดยหลีกเลี่ยงภาวะมลพิษให้มากที่สุด

2.หลีกเลี่ยงและกำจัดสารภูมิแพ้

การ หลีกเลี่ยงสารภูมิแพ้เป็นวิธีการรักษาโรคหืดที่ได้ผลดี ดังนั้นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงสารภูมิแพ้ที่อยู่ใกล้ตัว อาทิ ขนแมว ขนสุนัข คนที่แพ้อาหารทะเลก็ไม่ควรรับประทานอาหารทะเล สารภูมิแพ้บางอย่างเป็นสิ่งที่เจือปนอยู่ในบรรยากาศโดยที่เรามองไม่เป็น อาทิ เกสรดอกไม้ สปอร์ของรา ฝุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่กำจัดให้หมดไปได้ยาก ส่วนที่หลีกเลี่ยงได้ อาทิ เช่น หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าม่านอันเป็นแหล่งสะสมฝุ่นแล้วหันมาใช้ที่เป็นมู่ลี่แทน ไม่ควรปลูกดอกไม้ไว้ในห้องนอนและไม่ควรนำสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข มาไว้ในห้องนอน

การเปลี่ยนแปลงบรรยากาศ

คน ที่เป็นโรคหืดมักจะมีอาการจับหืดเกิดขึ้นบ่อยในช่วงที่มีอากาศหนาวจัด ร้อนจัด ฝนใกล้ตก ความชื้นสูง ความกดอากาศสูง บรรยากาศก่อนมีพายุ มีการศึกษารายงายว่าการเปลี่ยนแปลงในความกดดันของบรรยากาศทำให้ผู้ป่วยโรค หืด หอบเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า และเป็น 3 เท่าในวันที่มีเกสรมาก แต่ถ้าทั้ง 2 อย่างนี้เกิดขึ้นร่วมกันจะพบเพิ่มขึ้นถึง 9 เท่า ดังนั้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศดังกล่าว ผู้ป่วยโรคหืดควรพักอาศัยอยู่ในบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในเวลาดังกล่าว ร่วมกับการพักผ่อน ดื่มน้ำให้มาก อาจใช้ยาอื่นๆ เช่น ยาพ่นร่วมด้วยตามความจำเป็น การพักอาศัยอยู่ในห้องปรับอากาศอาจจะช่วยๆได้

สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน

ดัง ที่กล่าวแล้วว่าฝุ่นละอองเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการจับหืดได้ ดังนั้นที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะในห้องนอนควรขจัดฝุ่นด้วยการนำเอา ฟูก หมอน มาปัดฝุ่น (ต้องให้ผู้อื่นทำให้) ความชื้นในห้องนอนควรอยู่ห่างระหว่างร้อยละ 40-50 ความชื้นต่ำจะทำให้การหายใจแห้งเกิดการระคายได้ง่าย การใช้เครื่องปรับอากาศจะมีประโยชน์เพราะช่วยกรองฝุ่นละอองทั้งยังสามารถควบ คุมการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลันได้

การ ใช้เครื่องกรองอากาศโดยให้อากาศหมุนเวียนในห้องผ่านเครื่องกรอง มีข้อสรุปแล้วว่าไม่ได้ผล จะช่วยกรองฝุ่นละอองและเกสรต่างๆ ได้บางส่วน (ประโยชน์จากเครื่องกรองอากาศยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน) การปัดกวาดสถานที่อยู่อาศัยให้สะอาดปราศจากฝุ่นก็มีความสำคัญเพราะฝุ่นและ สปอร์ของราในที่ชื้นต่างๆ รวมทั้งขนสัตว์ให้จับหืดได้ การถูพื้นด้วยผ้าเปียกจะช่วยกักฝุ่นไม่ให้ฟุ้งกระจาย เครื่องเฟอร์นิเจอร์ควรทำด้วยไม้ โลหะ หรือพลาสติก

ควร นำเอาหมอน ที่นอน และหมอนข้างมาปัดฝุ่นและตากแดด แสงแดดจะช่วยฆ่าตัวไรฝุ่นได้ ไม่ควรปลูกหรือสะสมดอกไม้ไว้ในห้องนอน การใช้ผ้าคลุมและปลอกหมอนป้องกันไรฝุ่นก็พิสูจน์แล้วว่าช่วยได้

การสูบบุหรี่
บุหรี่ ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดลมอุดตันเรื้อรังและมะเร็งปอด ควันบุหรี่จะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจทำให้อาการของหืดรุนแรง

การออกกำลังกาย
การ ฝึกใช้กล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจได้แก่ กล้ามเนื้อที่หน้าอก กระบังลม และกล้ามเนื้อหน้าท้อง จะช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่หายใจเข้ากล้ามเนื้อหน้าท้องจะหย่อน กระบังลมจะหดเกร็งตัว ทำให้ลมเข้าไปในปอด ขณะที่หายใจออกถ้าเกร็งกล้ามเนื้อจะดันกระบังลมโค้งขึ้นสู่ช่องอก ทำให้ลมออกจากปอดได้ดีขึ้น คนไข้ควรพยายามหัดหายใจออกให้ยาวเพื่อระบายอากาศออกให้หมด การฝึกหายใจดังกล่าวควรทำในเวลาเช้า เย็น และก่อนนอน

สำหรับ การออกกำลังกายโดยทั่วไปอาทิเช่น วิ่งเหยาะๆ (Jogging) การว่ายน้ำจะช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดียิ่งขึ้น แต่ต้องออกกำลังกายในขนาดที่พอเหมาะที่ร่างกายของตนเองทำได้ ไม่ควรออกกำลังมากจนเกิดอาการเหนื่อยล้า ถ้าออกกำลังแล้วเกิดอาการเหนื่อยต้องหยุด คนไข้ที่เป็นโรคหืดจึงสามารถออกกำลังได้ตามปกติ แต่ไม่ควรออกกำลังกายมากเกินไปจนร่างกายทนไม่ได้

การตรวจวัดสมรรถภาพการทำงานของปอดด้วนตนเอง
การ ตรวจวัดอัตราการไหลสูงสุด (Peak expiratory flow rate) ด้วยเครื่องมือ (Mini – Wright peak flow meter) ด้วยตนเองวันละ 2-3 ครั้งทุกวันแล้วบันทึกค่าที่วัดได้ทุกวันจะช่วยประเมินค่าความรุนแรงของโรค ได้ ถ้าค่าที่วัดได้น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่ดีที่สุด ก็ให้คนไข้เพิ่มขนาดยาพ่นชนิดสเตอรอยด์ได้เป็น 2 เท่า ถ้าค่าที่วัดได้น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าที่เคยดีที่สุดให้ทานยาสเตอรอยด์ แล้วไปพบแพทย์ที่คลินิค ถ้าค่าที่วัดได้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับด่าที่ดีที่สุด แสดงว่าเราควบคุมโรคได้ดีให้คงพ่นยาต่างๆ ไว้เช่นเดิม

สรุป
โรค หืด เป็นโรคเรื้อรังทีสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยพอสมควร โดยธรรมชาติของโรคหืดนั้นจะมีอาการดีขึ้นและทรุดลงสลับกันไป การดูแลตนเองด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้นขะช่วยควบคุมอาการให้คนไข้มีอาการ หอบหืดเกิดขึ้นน้อยครั้งที่สุด

ขอบคุณที่มา โรงพยาบาลลานนา