โรคเก๊าท์ Gout


เก๊าท์ GOUT เป็นโรคของผู้มีอันจะกินหรือผู้ที่กินดีเกินไป แต่ไม่ออกกำลังกายและคนที่มีน้ำนักตัวมาก

พบมากในผู้ชายอายุเกิน 30 ปี ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์
ข้อที่ปวดที่พบบ่อยคือ นิ้วหัวแม่เท้า อาการปวดรุนแรงมาก บางครั้งมีไข้ด้วย ผู้ป่วยบางคนบอกแพทย์ว่า “กินผิดทีไรปวดทุกที” ในผู้ป่วยโรคเก๊าท์แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหาร ประเภท เบียร์ เครื่องในสัตว์ ผัดผักรวม ทั้งหน่อไม้ด้วย เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้โรคกำเริบได้

อาการ
เกิดการอักเสบ เฉียบพลัน บวมแดง ร้อน ถ้าเกิดที่ข้อต่อของข้อใหญ่ๆ จะลุกไม่ไหวส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ข้อใดข้อหนึ่ง ของข้อต่อข้างเดียว เช่น ข้อศอก ข้อมือ นิ้วทือ และข้อเท้า ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า ส้นเท้าและจะมีอาการปวดเป็นระยะๆ แล้วค่อยๆ ทวีความปวดมากขึ้นๆ

สาเหตุ
เกิดจากการมีปริมาณกรดยูริคสูงในเลือดกรดยูริคสร้างในร่างกายจากการกินอาหาร ที่มีปริมาณฟิวรีนมีมากในอาหารพวก เป็ด ไก่ เครื่องในสัตว์ กุ้งอหอยนางรม หูฉลาม ผักชะอม กระถิน แตงกวา เครื่องดื่มพวก แอลกอฮอล์ และยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ
กรดยูริคในร่างกายถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ 3 ทาง คือออกทางปัสสาวะได้มาก ทางเหงื่อและทางเดินอาหาร จำนวนเล็กน้อย ดังนั้นถ้าดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้ปัสสาวะออกน้อยไปด้วยกรดยูริคจะคั่งค้างอยู่ในร่างกายมาก เกิดการตกตะกอนเป็นผลึก อุดอยู่ตามข้อ และแตกกระจายเข้าไปตามข้อต่างๆ ทำให้ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้าน ผลึกของกรดยูริคซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเป็นสาเหตุของการอักเสบเฉียบพลัน

วิธีป้องกัน
1.ดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มรู้สึกมีอาการเริ่มปวดตามข้อต่างๆ
2.ออกกำลังกายให้เหงื่อออกมากขึ้นเข้ากระโจม อบไอน้ำหรือเข้าอบซาวน์น่าสำหรับผู้มีอาการแล้วการออกกำลังกายที่ดีคือไม่ลง น้ำหนักที่ขามาก เช่น การเดิน การเดินในน้ำ การขี่จักรยาน วิ่งเหยาะ แกว่งแขน เป็นต้น
3.งดอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ไก่ ที่มีขายตามฟาดฟู้ดดังที่ได้กล่าวมา
4.รักษาด้วยยา แพทย์จะเป็นผู้แนะนำ
5.ผู้ป่วยโรคเก๊าท์จะได้รับความทรมานจากอาการปวดข้อ แต่สิ่งที่ผู้ป่วยนึกไม่ถึงคือผลึกขอกรดยูริคซึ่งมีความเข้มข้นในกระแสเลือด สูงในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ จะไปตกผลึกในไตทำให้ไตเสีย ซึ่งเป็นอันตรายมาก แต่ผู้ป่วยมักไม่คำนึงถึงเพราะไม่เจ็บปวดดังนั้นผู้ป่วยโรคเก๊าท์ต้องรักษา ตลอดไป

ขอบคุณที่มาจาก โรงพยาบาบลานนา