กินอยู่อย่างไรดี ฝนฤดูหนาว

กินอยู่อย่างไรดี ฝนฤดูหนาว

การรักษาสุขภาพแบบการแพทย์แผนไทย กล่าวไว้ว่าอากาศหนาวทำให้ธาตุลมของร่างกายอ่อนแอ และเป็นสาเหตุให้ร่างกายป่วยเป็นไข้หวัด การย่อย

อาหารไม่ดี มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เมื่อถึงหน้าหนาว เราจึงมักได้ยินท่านผู้เฒ่าผู้แก่สอนว่า ให้กินแกงส้มดอกแคช่วยแก้ไข้หัวลม ไข้หัวลมคือไข้เปลี่ยน

ฤดู เป็นอาการที่ร่างกายปรับตัวตามธรรมชาติไม่ทัน ยิ่งอากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวก็ยิ่งทำให้ร่างกายปรับสมดุลไม่ทัน ทำให้มีอาการป่วยไข้ เช่น ผื่นแพ้

อากาศเย็น ปากแห้งแตก คัดจมูก เจ็บคอ แน่นหน้าอก มีเสมหะ ซึ่งก็คืออาการของไข้เปลี่ยนฤดูที่มาพร้อมกับลมหนาวนั่นเอง

สิ่งที่จะช่วยป้องกันตัวเราได้ที่สุดก็คือ ทำตัวเราให้อบอุ่นอยู่เสมอเพื่อให้ร่างกายสามารถต้านทานอากาศหนาวได้ ด้วยการสวมเสื้อผ้าที่ทำให้ร่างกายมี

ความอบอุ่นเพียงพอ พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ลมแรงๆ หรือที่กลางแจ้ง และที่สำคัญควรใส่ใจเป็นพิเศษ ก็คือ เรื่องของอาหารการกินในช่วงฤดูหนาว

อาหารที่เหมาะกับฤดูหนาว

แพทย์แผนไทยได้แนะนำอาหารที่เหมาะในช่วงฤดูหนาวไว้ว่า ควรเป็นอาหารที่มีรสสุขุม คือ รสไม่จัด ควรงดเว้นรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด หรือมันจัด โดย

เฉพาะอาหารรสมันเกือบทุกชนิดควรงดชั่วคราวจนกว่าฤดูหนาวจะผ่านไป เพราะไขมันทุกชนิดแม้จะป้องกันความหนาวได้บ้างก็จริง แต่จะทำให้มี

เสมหะมาก

ในช่วงฤดูหนาว ควรกินอาหารที่มีรสร้อน เช่น พริกไทย จะเป็นพริกไทยแห้งหรือพริกไทยสดแก่ๆ ก็ได้ ถ้ากินเป็นอาหารมื้อละ  1-2 พวง กินพร้อมกับ

อาหารเช้า – เย็น จะดีมากๆหรือจะใช้พริกไทยป่น เป็นพริกไทยดำหรือพริกไทยขาวก็ได้ ใช้ผสมไปในอาหารที่จะกินแต่ละมื้อประมานครึ่งช้อนชาต่อหนึ่ง

มื้ออาหาร จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานความหนาวได้อย่างดี ขิง เป็นสมุนไพรรสร้อนอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยบรรเทาอาการท้องอืด

ท้องเฟ้อ ขับลม แก้อาการคลื่นไส้อาเจียนได้ คุณสามารถใช้ขิงมาประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งอาหารคาว ของหวาน หรือนำมาต้มน้ำตาลกรวดเป็น

เครื่องดื่มก็ได้

อาหารรสเปรี้ยว ใช้ประจำในฤดูหนาวก็เหมาะสมมาก แต่ไม่ควรใช้รสที่เปรี้ยวจัด ควรเป็นรสที่เปรี้ยวพอเหมาะเพราะรสเปรี้ยวที่พอเหมาะจะช่วยทำให้

เลือดซ่านกระจายและบรรเทาเสมหะในลำคอ ในทวงอกหรือทวารได้ดีมาก เลือกใช้ผักรสเปรี้ยวอ่อนๆอย่าง ผักกระเจี๊ยบแดง ยอดมะขาม นำมาทำแกง

เลียงหรือแกงส้มก็ได้ จะใช้ดอกแคมาทำแกงส้มก็ดี เพราะดอกแคมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ไข้ บำรุงสายตา ช่วยต้านมะเร็ง และยังช่วยเสริมสร้างกระดูก

อีกด้วย เนื่องจากในดอกแคมีปริมาณแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีสูงนั่นเอง