ข่า
ชื่อ วิทยาศาสตร์ :Alpinia galanga (L.) Willd.
ชื่อสามัญ : Galanga
วงศ์ : Zingiberaceae
ชื่ออื่น : ข่าหยวก ข่าหลวง(ภาคเหนือ)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ข่าเป็นไม้ล้มลุก สูง 1.5-2 เมตรอยู่เหนือพื้นดิน เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน เนื้อในสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก รูปวงรีหรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ดอก ช่อ ออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผล เป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลม
สรรพคุณ : มีดังนี้
1. เป็นยาแก้ท้องขึ้น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม
2.แก้อาหารเป็นพิษ
3.เป็นยาแก้ลมพิษ
4.เป็นยารักษากลากเกลื้อน โรคผิวหนัง ติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา
วิธีและปริมาณที่ใช้
1.รักษาท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม แก้ท้องเดิน (ที่เรียกโรคป่วง) แก้บิด อาเจียน ปวดท้อง ใช้เหง้าข่าสด ยาวประมาณ 1-1 นิ้วฟุต (หรือประมาน 2 องคุลี) ตำให้ละเอียด เติมน้ำปูนใส ใช้น้ำยาดื่ม ครั้งละ ถ้วยแก้ว วันละ 3 เวลา หลังอาหาร
2. รักษาลมพิษ ใช้เหง้าข่าแก่ ที่สด 1 แง่ง ตำละเอียด เติมเหล้าโรงพอให้แฉะๆ ใช้ทั้งเนื้อและน้ำ ทาบริเวณที่เป็นลมพิษบ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น
3.รักษากลากเกลื้อน โรคผิวหนัง ใช้เหง้าข่าแก่ แท่าหัวแม่มือ ตำให้ละเอียดผสมเหล้าโรง ทาที่เป็นโรคผิวหนังหลายๆครั้งจนกว่าจะหาย
