Category Archives: อาหารและยา
น้ำผลไม้ VS น้ำเปล่า วิธีทานยาให้ได้ผลดีที่สุด
ทราบหรือไม่ว่าเวลาที่คนเราป่วยน้ำเปล่าดีที่สุดเมื่อต้องทานยา ส่วนน้ำผลไม้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายกับยาบางชนิด คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโกได้เปิดเผยผลการวิจัยซึ่งชี้ให้เห็นว่า น้ำผลไม้ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายที่จะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยาหมดไปก่อนที่ยานั้นจะซึมเข้าสู่กระแสเลือด น้ำผลไม้จะต่อต้านการดูดซึมของยาที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง หัวในล้มเหลว และโรคภูมิแพ้ต่างๆ รวมไปถึงยาที่ใช้กับผู้ป่วยที่ทำการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่ ผลการวิจัยที่ได้รับการเปิดเผยก่อนหน้านี้บอกถึงอันตรายของน้ำผลไม้ในแง่ที่ส่งผลต่อการรับประทานยาเช่นกัน เพราะฤทธิ์การทำลายเอนไซม์ในร่างกายที่ทำหน้าที่สกัดกั้นไม่ให้ยาเข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไป เมื่อเอนไซม์ ชนิดนี้ลดลงทำให้ตัวยาบางชนิดรวมถึงยาที่ใช้ในการรักษาโรคความดันโลหิตและแอนติฮิสตามีน มีฤทธิ์ในการรักษารุนแรงขึ้น เพราะในบางกรณีที่ร่างกายได้รับตัวยามากเกินขนาดจะเป็นผลเสียต่อการรักษาและร่างกายผู้ป่วย
ข่า สรรพคุณ
ข่า ชื่อ วิทยาศาสตร์ :Alpinia galanga (L.) Willd. ชื่อสามัญ : Galanga วงศ์ : Zingiberaceae ชื่ออื่น : ข่าหยวก ข่าหลวง(ภาคเหนือ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ข่าเป็นไม้ล้มลุก สูง 1.5-2 เมตรอยู่เหนือพื้นดิน เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน เนื้อในสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก รูปวงรีหรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ดอก ช่อ ออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผล เป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลม สรรพคุณ : มีดังนี้ 1. เป็นยาแก้ท้องขึ้น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม 2.แก้อาหารเป็นพิษ … Continue reading
กินอยู่อย่างไรดี ฝนฤดูหนาว
กินอยู่อย่างไรดี ฝนฤดูหนาว การรักษาสุขภาพแบบการแพทย์แผนไทย กล่าวไว้ว่าอากาศหนาวทำให้ธาตุลมของร่างกายอ่อนแอ และเป็นสาเหตุให้ร่างกายป่วยเป็นไข้หวัด การย่อย อาหารไม่ดี มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ เมื่อถึงหน้าหนาว เราจึงมักได้ยินท่านผู้เฒ่าผู้แก่สอนว่า ให้กินแกงส้มดอกแคช่วยแก้ไข้หัวลม ไข้หัวลมคือไข้เปลี่ยน ฤดู เป็นอาการที่ร่างกายปรับตัวตามธรรมชาติไม่ทัน ยิ่งอากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวก็ยิ่งทำให้ร่างกายปรับสมดุลไม่ทัน ทำให้มีอาการป่วยไข้ เช่น ผื่นแพ้ อากาศเย็น ปากแห้งแตก คัดจมูก เจ็บคอ แน่นหน้าอก มีเสมหะ ซึ่งก็คืออาการของไข้เปลี่ยนฤดูที่มาพร้อมกับลมหนาวนั่นเอง สิ่งที่จะช่วยป้องกันตัวเราได้ที่สุดก็คือ ทำตัวเราให้อบอุ่นอยู่เสมอเพื่อให้ร่างกายสามารถต้านทานอากาศหนาวได้ ด้วยการสวมเสื้อผ้าที่ทำให้ร่างกายมี ความอบอุ่นเพียงพอ พยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ลมแรงๆ หรือที่กลางแจ้ง และที่สำคัญควรใส่ใจเป็นพิเศษ ก็คือ เรื่องของอาหารการกินในช่วงฤดูหนาว อาหารที่เหมาะกับฤดูหนาว แพทย์แผนไทยได้แนะนำอาหารที่เหมาะในช่วงฤดูหนาวไว้ว่า ควรเป็นอาหารที่มีรสสุขุม คือ รสไม่จัด ควรงดเว้นรสเปรี้ยวจัด เผ็ดจัด หรือมันจัด โดย เฉพาะอาหารรสมันเกือบทุกชนิดควรงดชั่วคราวจนกว่าฤดูหนาวจะผ่านไป เพราะไขมันทุกชนิดแม้จะป้องกันความหนาวได้บ้างก็จริง แต่จะทำให้มี เสมหะมาก ในช่วงฤดูหนาว ควรกินอาหารที่มีรสร้อน เช่น พริกไทย จะเป็นพริกไทยแห้งหรือพริกไทยสดแก่ๆ ก็ได้ ถ้ากินเป็นอาหารมื้อละ 1-2 … Continue reading
กระเจี๊ยบแดง คู่แข่งเบอร์รี่
กระเจี๊ยบแดงจัดเป็นไม้พุ่มขนาเล็กที่มีประโยชน์มากมายทั้งในการใช้เป็นเครื่องดื่มและสมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพ ส่วนที่ใช้ของกระเจี๊ยบแดงคนทั่วำปมักเรียกว่าดอกกระเจี๊ยบนั้นแท้จริงแล้วคือส่วนของกลีบเลี้ยงหรือฐานรองดอก ที่อุดมไปด้วย Anthrocyanin เป็นสารที่ทำให้กระเจี๊ยบมีสีแดง และเป็นกลุ่มเดียวกับที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แต่ต้องบอกว่าประโยชน์ของกระเจี๊ยบเหนือกว่าหลายเท่าตัวนัก ไม่ว่าจะเป็นมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ป้องกันตับจากการถูกทำลาย ปกป้องไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว รวมถึงการปกป้องโรคหัวใจขาดเลือดได้ น้ำต้มกระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยวอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอสูง มีคุณสมบัติที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าขับปัสสาวะ ขับยูริค ป้องกันนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และลดความดันโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เริ่มมีอาการความดันโลหิตสูงหรือรับประทานยาลดความดันไม่เกิน 2 ชนิด หากรับประทานกระเจี๊ยบร่วมด้วยก็มีประโยชน์ให้ควบคุมความดันโลหิตสูงได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ควบคุมน้ำหนักสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตราฐาน จากการศึกษาในหนูอ้วนที่ได้รับน้ำต้มกระเจี๊ยบป้อนให้กินต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือน พบว่าช่วยให้น้ำหนักตัวของหนูลดลงได้ โดยไม่มีผลต่อตับและไต และหากท่านเป็นผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome (หมายถึง ผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซุลิน ภาวะอ้วน รอบลงพุง ซึ่งมักมีระดับน้ำตาลและไขมันใเลือดสูงร่วมด้วย) การรับประทานกระเจี๊ยบจะมีผลดีอย่างมาก โดยผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าการรับประทานกระเจี๊ยบต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับไขมันในเลือดทั้งคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ LDL ลดลง และยังเพิ่มไขมันชนิดดีคือ HDL ได้ด้วย วิธีรับประทานก็ใช้กระเจี๊ยบสดหรือแห้ง ราว 5-10 กรัม ต้มกับน้ำประมาน 300 … Continue reading
ว่าด้วยเรื่องของช็อคโกแลต
ช็อคโกแลตถือเป็นขนมที่มีรสชาติหอมหวานน่ารับประทาน น้อยคนนักที่จะบอกว่าไม่ชอบทานช็อคโกแลตแล้วทราบมั้ยคะว่าช็อกโกแลตที่เป็นขนมที่ชื่นชอบของคนจำนวนมากเนี่ยะมีสาร Methylxanthines ที่จะช่วยกระตุ้นต่อมประสาททำให้คุณอารมณ์ดีมีความสุข
แฮงโอเวอร์ต้องเจอกล้วย
อาการเมาค้างหรือแฮงโอเวอร์สามารถทุเลาเบาบางลงได้ด้วยการรับประทานกล้วยสัก 2-3 ผล รับประทานช้า สักครู่คุณจะรู้สึกดีขึ้นและมีเรี่ยวแรงขึ้นอีกด้วยนอกจากช่วยขจัดพิษเหล้า แก้อาการเมาค้างได้แล้ว การรับประทานกล้วยยังช่วยบำบัดรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาอาหารท้องผูก ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดี ขับถ่ายสะดวก แม้แต่อาการไอ หอบหืด และริดสีดวงทวาร กล้วยก็ฌป็นเหมือนตัวยาที่ช่วยรักษาเยียวยาได้เป็นอย่างดี
อาหารเพื่อผิวงาม
มีสารอาหารดีๆ ที่ช่วยให้คุณมีผิวพรรณงดงามโดยตรง วิตามินซี ช่วยให้ผิวสวย ทำให้ผิวหนังแข็งแรงมีสุขภาพดี ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นไม่เหี่ยวย่นง่าย รักษาอาการจุดด่างดำและฝ้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้วิตามินซี ยังช่วยให้คุณที่เป็นโรคภูมิแพ้บรรเทาอาการลงได้ ป้องกันหวัดและทำให้หายเร็ว ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย เพิ่มความสามารถในการขจัดพิษป้องกันต้อกระจกในผู้สูงอายุ ป้องกันโรคโลหิตจาง บรรเทาความเครียด คลายอาการอ่อนเพลีย ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง บรรเทาความเครียด คลายอาการอ่อนเพลีย ช่วยรักษาค่าคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ป้องกันโลหิตเป็นพิษ มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็ง เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมหมวกไต ลดภาวะเสี่ยงของโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารและตับทำให้ประสาทสัมผัสไวขึ้น ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ป้องกันโรคโลหิตเป็นพิษ ทำให้กระดูกและเยื่อบุมีความทนทานแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคท้องผูก อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน ซี ฝรั่ง สตรอเบอร์รี มะละกอ บร็อกโคลี กีวี ส้ม มะนาว มะขาม มะเฟือง มะไฟ ส้มโอ มะกรูด พริกหยวก ผักบุ้ง ฟักทอง มันเทศ พริกไทย กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ เซเลอรี่ ถั่วลันเตา เมล่อน รากบัว มะม่วง ขึ้นฉ่าย … Continue reading
น้ำผึ้งก็เป็นยาอายุวัฒนะ
สารอาหารสำคัญๆ ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในน้ำผึ้งก็คือ โปรตีน วิตามินบี1 บี2 บี5 และบี12 ไบโอติน เหล็ก ทองแดงแมงกานีส ซิลิคอน แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟสฟอรัส กำมะถัน โปรมีน และคลอรีน น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า แข็งแรง สดชื่น เพิ่มพลัง แก้เบื่ออาหาร บำรุงหัวใจ บำรุงข้อต่างๆ ช่วยให้นอนหลับสบาย น้ำผึ้งจัดเป็นอาหารเสริมที่ดีที่คุณควรสนใจ หมั่นรับประทานเป็นประจำทุกๆสัปดาห์ก็จะช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดีอย่างที่คุณพิสูจน์ได้
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส Evening Primrose Oil
น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส Evening Primrose Oil มหัศจรรย์ จากธรรมชาติ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งมีดอกบานในตอนเย็น ส่วนของเมล็ดดอกได้ถูกนำมาสกัดเอาน้ำมันที่เรียกว่า Evening Primrose Oil หรือที่เรียกว่า EPO มีสารเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนกลุ่มกรดไขมันโอเมก้า 6 (Omega-6) ที่มีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อร่างกายมีชื่อว่า ไลโนเลอิก แอซิด (LA) และ แกมมาไลโนเลนิก แอซิด (GLA) ซึ่ง GLA เป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์ผิวหนัง ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์ผิวทำให้ผิวชุ่มชื่น สดใส เปล่งปลั่ง และยังมีคุณสมบัติที่ดีในการรักษาโรคต่างๆ อาทิ บรรเทาอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ลดอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ลดอาการข้ออักเสบ ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดและโรคหัวใจ โดยปกติร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ GLA ได้เอง แต่จะสร้างโดยเปลี่ยนจากกรดไขมัน ไลโนเลอิก มีอยู่ในอาหารที่รับประทานเข้าไป เมื่อร่างกายสร้างกรดไขมัน GLA ขึ้นมาแล้วจะถูกนำไปใช้งานทันทีโดยไม่เก็บสะสมไว้ทำให้ GLA ในร่างกายมีปริมาณลดลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ภาวะเครียด มลภาวะ การสูบบุพรี่ การดื่มสุรา ชา กาแฟ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายมี … Continue reading
กระเที่ยมเปี่ยมคุณค่า
อาหารแทบทุกชนิดจะมีกระเทียมช่วยเพิ่มรสชาติ ในปัจจุบันนอกจากจะใช้กระเทียมเป็นส่วนประกอบของอาหารแล้ว ยังนำไปใช้ในการรักษาโรคได้ด้วย สรรพคุณ ส่วนที่ใช้เป็นยาคือหัวกระเทียมที่มีอายุตั้งแต่ร้อนวันขึ้นไป โดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า ภายในหัวกระเทียมประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยประมาน 0.10 – 0.36 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในน้ำมันหอมระเหยนี้จะประกอบไปด้วยสารอัลลิซฺน (Allicin) และสารอื่นๆอีกหลายชนิด สารในกระเทียมซึ่งสำคัญมาก คือ อัลลิอิน (Alliin) ซึ่งเมื่อกระเทียมถูกทุบหรือถูกบดจะมีเอนไซม์อัลลิเนส (Allinase) เปลี่ยนสารจากอัลลินเป็นอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น และเป็นสารที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่น สารสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่น สารสำคัญเหล่านี้จะเสื่อมสลายได้ถ้าถูกความร้อน ดังนั้นถ้าจะใช้กระเทียมเพื่อการรักษาควรใช้กระเทียมสด กระเทียมมีสรรพคุณในการลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลดความดันโลหิตสูง รักษากลาก รักษาอาการแน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ —————————————————————————- วิธีการใช้ รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 – 7 กลีบมาบด รับประทานหลังอาหารทุกมื้อ เพื่อลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ค่ะ ส่วนการรักษากลาก ควรใช้ไม้ขูดผิวบริเวณที่เป็นให้แดงๆก่อน แล้วค่อยทากระเทียมซึ่งขูดเป็นชิ้นเล็กๆหรือบดให้แหลก ควรทาวันละ 3 – 4 ครั้ง เมื่อผิวหนังกลับมาสู่สภาพปรกติให้ทาต่อไปอีก 7 วัน