Category Archives: สมุนไพร

ข่า สรรพคุณ

ข่า ชื่อ วิทยาศาสตร์ :Alpinia galanga (L.) Willd. ชื่อสามัญ : Galanga วงศ์ : Zingiberaceae ชื่ออื่น : ข่าหยวก ข่าหลวง(ภาคเหนือ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ข่าเป็นไม้ล้มลุก สูง 1.5-2 เมตรอยู่เหนือพื้นดิน เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน เนื้อในสีเหลืองและมีกลิ่นหอมเฉพาะ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอก รูปวงรีหรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ดอก ช่อ ออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผล เป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลม สรรพคุณ : มีดังนี้ 1. เป็นยาแก้ท้องขึ้น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม 2.แก้อาหารเป็นพิษ … Continue reading

กระเจี๊ยบแดง คู่แข่งเบอร์รี่

กระเจี๊ยบแดงจัดเป็นไม้พุ่มขนาเล็กที่มีประโยชน์มากมายทั้งในการใช้เป็นเครื่องดื่มและสมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพ ส่วนที่ใช้ของกระเจี๊ยบแดงคนทั่วำปมักเรียกว่าดอกกระเจี๊ยบนั้นแท้จริงแล้วคือส่วนของกลีบเลี้ยงหรือฐานรองดอก ที่อุดมไปด้วย Anthrocyanin เป็นสารที่ทำให้กระเจี๊ยบมีสีแดง และเป็นกลุ่มเดียวกับที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แต่ต้องบอกว่าประโยชน์ของกระเจี๊ยบเหนือกว่าหลายเท่าตัวนัก ไม่ว่าจะเป็นมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ป้องกันตับจากการถูกทำลาย ปกป้องไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว รวมถึงการปกป้องโรคหัวใจขาดเลือดได้ น้ำต้มกระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยวอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอสูง มีคุณสมบัติที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าขับปัสสาวะ ขับยูริค ป้องกันนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และลดความดันโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เริ่มมีอาการความดันโลหิตสูงหรือรับประทานยาลดความดันไม่เกิน 2 ชนิด หากรับประทานกระเจี๊ยบร่วมด้วยก็มีประโยชน์ให้ควบคุมความดันโลหิตสูงได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ควบคุมน้ำหนักสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตราฐาน จากการศึกษาในหนูอ้วนที่ได้รับน้ำต้มกระเจี๊ยบป้อนให้กินต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือน พบว่าช่วยให้น้ำหนักตัวของหนูลดลงได้ โดยไม่มีผลต่อตับและไต และหากท่านเป็นผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome (หมายถึง ผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซุลิน ภาวะอ้วน รอบลงพุง ซึ่งมักมีระดับน้ำตาลและไขมันใเลือดสูงร่วมด้วย) การรับประทานกระเจี๊ยบจะมีผลดีอย่างมาก โดยผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าการรับประทานกระเจี๊ยบต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับไขมันในเลือดทั้งคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ LDL ลดลง และยังเพิ่มไขมันชนิดดีคือ HDL ได้ด้วย วิธีรับประทานก็ใช้กระเจี๊ยบสดหรือแห้ง ราว 5-10 กรัม ต้มกับน้ำประมาน 300 … Continue reading

น้ำผึ้งก็เป็นยาอายุวัฒนะ

สารอาหารสำคัญๆ ที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในน้ำผึ้งก็คือ โปรตีน วิตามินบี1 บี2 บี5 และบี12 ไบโอติน เหล็ก ทองแดงแมงกานีส ซิลิคอน แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ฟสฟอรัส กำมะถัน โปรมีน และคลอรีน น้ำผึ้งมีสรรพคุณทางยา ช่วยบำรุงร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า แข็งแรง สดชื่น เพิ่มพลัง แก้เบื่ออาหาร บำรุงหัวใจ บำรุงข้อต่างๆ ช่วยให้นอนหลับสบาย น้ำผึ้งจัดเป็นอาหารเสริมที่ดีที่คุณควรสนใจ หมั่นรับประทานเป็นประจำทุกๆสัปดาห์ก็จะช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดีอย่างที่คุณพิสูจน์ได้

กระเที่ยมเปี่ยมคุณค่า

อาหารแทบทุกชนิดจะมีกระเทียมช่วยเพิ่มรสชาติ ในปัจจุบันนอกจากจะใช้กระเทียมเป็นส่วนประกอบของอาหารแล้ว ยังนำไปใช้ในการรักษาโรคได้ด้วย สรรพคุณ ส่วนที่ใช้เป็นยาคือหัวกระเทียมที่มีอายุตั้งแต่ร้อนวันขึ้นไป โดยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า ภายในหัวกระเทียมประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยประมาน 0.10 – 0.36 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในน้ำมันหอมระเหยนี้จะประกอบไปด้วยสารอัลลิซฺน (Allicin) และสารอื่นๆอีกหลายชนิด สารในกระเทียมซึ่งสำคัญมาก คือ อัลลิอิน (Alliin) ซึ่งเมื่อกระเทียมถูกทุบหรือถูกบดจะมีเอนไซม์อัลลิเนส (Allinase) เปลี่ยนสารจากอัลลินเป็นอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น และเป็นสารที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่น สารสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่น สารสำคัญเหล่านี้จะเสื่อมสลายได้ถ้าถูกความร้อน ดังนั้นถ้าจะใช้กระเทียมเพื่อการรักษาควรใช้กระเทียมสด กระเทียมมีสรรพคุณในการลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลดความดันโลหิตสูง รักษากลาก รักษาอาการแน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ —————————————————————————- วิธีการใช้ รับประทานกระเทียมสดครั้งละ 5 – 7 กลีบมาบด รับประทานหลังอาหารทุกมื้อ เพื่อลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ค่ะ ส่วนการรักษากลาก ควรใช้ไม้ขูดผิวบริเวณที่เป็นให้แดงๆก่อน แล้วค่อยทากระเทียมซึ่งขูดเป็นชิ้นเล็กๆหรือบดให้แหลก ควรทาวันละ 3 – 4 ครั้ง เมื่อผิวหนังกลับมาสู่สภาพปรกติให้ทาต่อไปอีก 7 วัน

ใบบัวบก ดับร้อน แก้อ่อนเพลีย ช่วยผ่อนคลาย

บรรยากาศและสถานการณ์เช่นนี้ ชวนคุณมาดับร้อนด้วยใบบัวบกกัน ใบบัวบกแก้ อาการช้ำใน ช้ำใจ ดับร้อนดับพิษ อาการร้อนในใบบัวบกช่วยได้หมด ภูมิปัญญาตะวันออกท่านว่าให้กินยาเย็นอย่างบัวบก ใครที่ร้อนในมาก ๆ ลองดื่มน้ำบัวบกเข้าไปสักวันสองวัน เมื่ออาการดีขึ้นแล้วให้หยุดกิน เพราะความที่เป็นยาเย็นจัด จะไปทำให้ร่างกาย เสียสมดุลได้เหมือนกัน นอก จากร้อนในแล้ว ร้อนนอกหรือตัวร้อน รู้สึกกระวนกระวายกระหายน้ำ ให้ใช้บัวบกทั้งก้านและใบตำให้พอแหลก ผสมน้ำซาวข้าวพอให้ยาเหลว แล้วเอามาทาตัว หน้าผาก หัว และข้อพับ หลังจากใช้แล้วอาการจะค่อยทุเลา ตัวเย็นลงได้ นอกจากนี้บัวบกยังดับพิษร้อนของผิวหนังที่เกิดจากอาการแสบ ๆ คัน ๆ ที่ผิวหนังได้ด้วย คน ไทยใช้ภูมิปัญญา ดองใบบัวบกกับเหล้า ทิ้งไว้ 7 วัน เอาน้ำยามาทาวันละ 3 ครั้ง แต่ที่ญี่ปุ่น บัวบกแก้โรคผิวหนังเรื้อรังได้ดี โรคที่ว่านี้ ต่างจากโรคผิวหนังอื่น ๆ คือไม่ได้เกิดจากเชื้อรา แต่จะมาจากผิวหนังถูกผงซักฟอก สารเคมี กรด ด่าง หรือพืช และแมลงบางชนิดที่มีฤทธิ์กัดผิวหนัง จนเป็นผื่นแดงปวดแสบปวดร้อนและคัน ถ้าเป็นมาก … Continue reading

9 สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม

1. โสม ช่วยบำรุงผิว เพราะสารสกัดจากโสม สามารถกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทดแทนเซลล์เก่า จึงทำให้ผิวพรรณสดใส 2. เลมอน เพราะสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่มีอยู่มากมาย ทำให้เลมอนมีสรรพคุณช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น อีกทั้งเมื่อรับประทานแล้วจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า 3. ข้าวกล้อง อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้ทั้ง โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ ไฟเบอร์ มีคุณค่าทางอาหารมากขนาดนี้ ยากที่จะปฏิเสธ “ข้าวกล้อง” 4. ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณในแง่ของการสมานผิว ที่นิยมใช้ทั้งภายในและภายนอก สารสกัดจากว่านหางจระเ้ข้จึงดีต่อผิวทั้งทางตรงและทางอ้อม 5. กุหลาบ ไม่ได้เป็นแค่ดอกไม้แห่งความงามที่มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ แต่สารสกัดจากกุหลาบที่มีวิตามินซียังช่วยบำรุงให้ผิวสวยสดใส 6. พุทราจีน ถ้านอนไม่หลับ พุทราจีนสามารถช่วยได้ แล้วเมื่อร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ตื่นเช้ามาผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่งอย่างแน่นอน 7. ตะไคร้ สมุนไพร และอาหารที่มีวิตามินเอ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นช่วยบำรุงผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยที่บ่งบอกถึงผิวแก่ก่อนวัยอันควรนั่นเอง 8. ดอกเก็กฮวย สามารถแก้ร้อนใน และช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ซึ่งส่งผลดีให้กับผิวพรรณ และรูปร่างของสาว อีกด้วย 9. เก๋ากี๋ ช่วยลดคอเลสเตอรอล … Continue reading

กระเทียมดูแลหัวใจ

กระเทียมเป็นของคู่ครัวที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในกระเทียมนั้นมีสารอาหารสำคัญมากมายมหาศาลที่ล้วนแล้วแต่มีสรรพคุณทางยาอย่างน่าอัศจรรย์ กระเทียมช่วยป้องกันอาการหัวใจล้มเหลว ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ บำรุงประสาท กระตุ้นให้จิตใจสดใส ไม่หดหู่ ซึมเศร้า ไม่เป็นโรคเหน็บชา กล้ามเนื้อแข็งแรงมีกำลังวังชากระตุ้นให้ร่างกายเกิดความอยากอาหาร เยียวยาการไอ รักษาโรคพยาธิ ขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจ บรรเทาอาการที่เกี่ยวกับโรคลำไส้ บำรุงเลือด ป้องกันโรคตับ โรคเส้นโลหิตตีบตันบำบัดอาการโรครูมาติซึม โรคข้ออักเสบ ต้านทานโรคภูมิแพ้ ช่วยลดคอเลสเตอรอล นอกจากนั้นกระเทียมยังรักษาโรคเกี่ยวกับผิวหนังได้อีกด้วย ถ้าคุณรับประทานกระเทียมสม่ำเสมอโรคภัยอันตรายต่างๆจะไม่มากล้ำกรายร่างกายทำลายสุขภาพของคุณได้แน่นอน กระเทียมช่วยขจัดสารพิษออกจากร่างกาย คนที่มีไขมันอุดตันในเส้นเลือดมากอาจเกิดการหัวใจวายได้ การรับประทานกระเทียมเป็นประจำจึงเท่ากับว่าคุณได้ดูแลหัวใจของคุณให้แข็งแรงไว้ก่อนที่จะมีอาการใดๆเกิดขึ้น

ว่านกาบหอย แก้ไอ คลายช้ำ

“ว่านกาบหอย” บางท้องถิ่นอาจจะเรียกว่าว่านหอยแครง ว่านกาบหอยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง ปลายใบแหลม แตกออกจากลำต้นติดพื้นดินเป็นวงโดยรอบ ใบด้านบนสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นสีม่วงแดง ดอกออกจากโคนใบเป็นช่อสีขาว มีใบประดับเป็นกระเป๋าสีม่วงแดงหุ้มอยู่ ผลเป็นรูปกระสวย สรรพคุณ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ แก้ไอ อาเจียนเป็นเลือด แก้ฟกช้ำภายใน เนื่องจากพลัดตกจากที่สูง หกล้ม หรือถูกของแข็ง แก้บิดถ่ายเป็นเลือด แก้ปัสสาวะเป็นเลือด โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือใบและดอก โดยใบอาจจะใช้ใบสดหรือใบแห้งก็ได้ สำหรับดอกนั้นให้เก็บเมื่อดอกโตเต็มที่ ใช้รักษาอาการไอ อาจจะเป็นไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะปนเลือดเล็กน้อย หรือไอเป็นเลือด แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้เลือดกำเดาไหล แก้ปัสสาวะเป็นเลือด แก้บิดที่ถ่ายเป็นเลือด และยังใช้เป็นยาห้ามเลือดเมื่อมีบาดแผลได้ วิธีการใช้ อาการฟกช้ำภายนอกให้ใช้ใบสดมาล้างให้สะอาด นำไปตำและพอกหรือทาบริเวณที่เป็นรอยฟกช้ำ ทาบ่อยๆจนกว่าอาการจะดีขึ้น สำหรับดอกนั้นมีรสชุ่มเย็น ใช้ต้มเป็นแกงจืดรับประทาน ได้รสชาติที่อร่อยไปอีกแบบ นอกจากนั้นยังสามารถนำดอกหนัก 30 – 60 กรัม หรือดอก 10 – 15 กรัม (20 – 30 ดอก) ต้มเอาน้ำได้มาดื่ม … Continue reading

รู้เรื่องสมุนไพรก่อนใช้ยา

หลายท่านอาจคิดว่าสมุนไพรเป็นสิ่งที่มาจากธรรมชาติน่าจะมีความปลอดภัยสูง ความจริงแล้วยาแผนปัจจุบันหลายนิดก็ผลิตมาจากพืชธรรมชาติเช่นเดียวกัน ดังนั้น การที่รับประทานยาสมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบัน อาจมีผลทั้งเสริมฤทธิ์ หรือทำให้ยาที่รับประทานอยู่ออกฤทธิ์น้อยลงได้ และยาสมุนไพรหลายตัวยังมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ที่อาจควบคุมโรคประจำตัวของผู้สูงอายุที่เป็นอยู่ได้ยากขึ้น เช่น โสมสกัด ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เลือดลมเดินดี แต่ขณะเดียวกันก็อาจทำให้ความดันโลหิตสูงจึงไม่เหมาะที่จะรับประทานในผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ง่าย หรือป่วยเป็นโรคนี้อยู่แล้ว

มะตูมสดชื่นชุ่มคอ

คนไทยเรานำ “มะตูม” มาประกอบอาหารหลายอย่าง อีกทั้งยังนำมาทำเป็นน้ำสมุนไพรไว้รับรองแขกได้อีกด้วย เพราะให้คุณค่าต่อร่างกายและทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า มะตูมมีหลายพันธุ์ เช่น มะตูมไข่ (ผลเล็กค่อนข้างกลม) มะตูมนิ่ม (เปลือกนิ่ม ขนาดไม่ใหญ่) และมะตูมธรรมดา มะตูมขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดเพาะให้งอก แล้วย้ายไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้โดยขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทรายซึ่งมีการ ระบายน้ำได้ดี และควรปลูกในที่มีแสงแดดค่อนข้างจัด ——————————————— สรรพคุณ ส่วนที่นำมาใช้เป็นยาคือผลห่ามและผลสุก โดยพบว่าเนื้อมะตูมที่เป็นผลห่ามจะมีสารที่มีลักษณะเป็นเมือก ได้แก่ มูซิเลก (Mulcilage) เพ็กติน (Pectin) และน้ำมันหอมระเหย ส่วนผลสุกนั้นนอกจากที่กล่าวมาแล้วยังพบสารแทนนิน (Tannin) จากการที่มะตูมมีสารดังกล่าว ทำให้สรรคุณรักษาอาการท้องเสียและโรคลำไส้บางชนิด ซึ่งเพ็กตินจะไปรวมกับท็อกซินของเชื้อโรคอยู่ในลำไส้ ทำให้อาการท้องเสียดีขึ้น ————————————————- วิธีการใช้ ถ้ามีอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรง ก็สามารถใช้มะตูมรักษาตนเองเบื้องต้น โดยนำผลมะตูมแห้งต้มกับแล้วดื่มน้ำมะตูมได้ เพราะจะทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ยิ่งอากาศร้อน ได้ดื่มมะตูมสักแก้ว ชื่นใจจริงๆ ที่มา นิตยสาร ชีวจิต