Category Archives: หูคอจมูกและภูมิแพ้

หูชั้นกลางอักเสบ

หูแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ หูชั้นนอก ชั้นกลางและชั้นใน กายวิภาคของหู หูชั้นนอก คือ ส่วนของหูที่อยู่ด้านนอกต่อจากแก้วหูมาประกอบด้วย ช่องหูและใบหู หูชั้นกลาง คือ โพรงอากาศระหว่างแก้วหูกับหูชั้นใน -มีกระดูก 3 ชิ้นคือ ค้อน ทั่ง โกลน เพื่อนำเสียงสู่หูชั้นใน -มีท่อปรับความดัน หรือท่อยูสเตเลี่ยน(Eustachian tube) ซึ่งต่อระหว่างหูชั้นกลางกับด้านหลังโพรงจมูก หูชั้นใน ประกอบด้วย อวัยวะควบคุมการทรงตัวและอวัยวะรูปก้นหอยซึ่งเป็นระบบประสาทรับเสียง สาเหตุหูชั้นกลางอักเสบ เกิดจากการอุดตันของท่อยูสเตเชี่ยนขณะเป็นหวัด ภูมิแพ้หรือสาเหตุอื่น เช่น ต่อมอดีนอยด์โต ทำให้ความดันของหูชั้นกลางลดลง ประกอบกับมีเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสเข้าสู่หูชั้นกลางทำให้เกิดการอักเสบ และอาจทำให้มีของเหลวสะสมในหูชั้นกลางได้ บางครั้งโรคจะดำเนินต่อไป ทำให้แก้วหูทะลุ มีน้ำมูก น้ำหนองไหลออกจากหูได้ ซึ่งหลังจากหนองไหลจากช่องหูแล้ว อาการมักจะลดลง อาการ พบได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็ก ซึ่งพบหลังจากไข้หวัด 2-3 วัน อาการที่พบได้บ่อยคือ :มีไข้ :ปวดหูและหูอื้อ :การได้ยินลดลง :อาจเวียนศีรีษะได้บางคน :เด็กอาจร้องกวนไม่ทราบสาเหตุ :เด็กอาจจะดึงใบหูตัวเองบ่อยหรือเอานิ้วแยงรูหู การรักษา … Continue reading

สงสัยว่าร่างกายแพ้ได้อย่างไร

ปกติสารเหล่านั้นจะไม่เป็นพิษ แต่เมื่อใดที่เป็นโรคภูมิแพ้ ร่างกายจะจดจำว่าสารแพ้เป็นสิ่งแปลกปลอมที่ก่อภูมิแพ้ เมื่อหายใจสารแพ้เข้าไป ร่างกายก็จะเกิดปฏิกิริยากับสารแพ้เหล่านี้ และทำให้ช่องทางเดิมอากาศภายในจมูกเกิดอาการบวมและอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดอาการทางจมูก เช่น คัดจมูก คัน น้ำมูกไหล และสารแพ้ยังทำให้เกิดอาการผิดปกติในส่วนอื่นของร่างกายได้เช่น ตา จมูกและปอด ผิวหนัง ซึ่งโรคภูมิแพ้เกิดจากการที่หายใจหรือสัมผัสเอาสารบางอย่างจากสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าสารแพ้เข้าไปในร่างกาย ซึ่งมีมากมายได้แก่

ต่อมอดีนอยด์โตอักเสบเรื้อรัง Adenoid Hypertrophy

ต่อมอดีนอยด์ คือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่โพรงด้านหลังจมูกมีหน้าที่เช่นเดียวกับต่อมทอนซิล คือ เป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อต้านการอักเสบหรือติดเชื่อ ต่อมนี้จะมีการพัฒนาและทำหน้าที่มากที่สุดในช่วง 1 ปีขึ้นไป จนถึง 3-4 ปี และจะค่อยๆลดบทบาทลง เมื่อลดบทบาทหน้าที่ลงก็จะค่อยๆฝ่อไปในที่สุดเมื่ออายุประมาณ 7 ปี ในช่วงระยะเด็กเล็กเป็นช่วงอายุที่มีอุบัติการณ์ของการติดเชื้อหรืออักเสบ ของทางเดินหายใจส่วนต้นบ่อยๆ เช่น เป็นหวัด คออักเสบ หรือโรคภูมิแพ้บ่อยๆ ก็จะกระตุ้นให้ต่อมทำงานหนักและมีขนาดโตขึ้น บางครั้งตัวต่อมอดีนอยด์ก็อักเสบเอง บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยเด็กเล็กมีอาการคัดจมูก หายใจดังครืดคราด อ้าปากหายใจและมีเสมหะในลำคอมากซึ่งเป็นผลจากการอักเสบของต่อมอดีนอยด์ การอักเสบที่เกิดขึ้นเรื้อรังและต่อมอดีนอยด์ที่มีขนาดใหญ่จะมีผลให้ผู้ป่วย มีภาวะแทกซ้อนอื่น คือ ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบมีของเหลวคั่ง เป็นต้น เมื่อต่อมอดีนอยด์มีขนาดใหญ่มากขึ้นจนอุดกั้นทางเดินหายใจ ผู้ปกครองจะพามาพบแพทย์ด้วยเรื่องนอนกรน หายใจดัง และ หายใจทางปาก คัดจมูก มีเสมหะในลำคอ บางรายที่มีอาการมากอาจมีปัญหานอนสะดุ้ง กระสับกระส่ายตลอดคืน กลางวันนั่งหลับ หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง แนงทางการวินิจฉัย โดยการซักประวัติโดยเฉพาะขณะหลับโดยละเอียด ตรวจร่างกายทางหู คอ จมูก ใบหน้าอาจพบลักษณะของใบหน้าอดีนอยด์ คือขากรรไกรบนหน้ายื่น ฟันบนหน้ายื่น ฟันบนหน้ายื่น อ้าปากตลอดเวลา ในเด็กโตจะสามารถตรวจดูโพรงหลังจมูกได้จะพบต่อมอดีนอยด์โต แต่ในเด็กเล็กต้องวินิจฉัยโดยดูภาพถ่ายรังสีของต่อมอดีนอยด์ แนวทางการรักษาจะให้ยาปฏิชีวนะรับประทาน … Continue reading

หูน้ำหนวก

หูน้ำหนวกคือการที่มีของเหลวจากหู มักจะเข้าใจกันเสมอว่าเป็นหูน้ำหนวก แต่แท้ที่จริงแล้วน้ำหนวกจะต้องเป็นเมือกหรือมูกที่ออกจากหูชั้นกลางอักเสบเท่านั้น ซึ่ง บางคร้งจะมีกลิ่นเหม็นหรือสีขุ่นเหมือนหนองได้ ดังนั้นผู้ที่มีหูน้ำหนวกจะต้องมีแก้วหูทะลุจะเป็นรูทะลุใหญ่หรือเล็กก็ได้ ร่วมด้วยเสมอ โรคหูน้ำหนวกนอกจากมีหนองไหลออกจากหูแล้ว มักจะมีการรับฟังเสียงแย่กว่าปกติ หูน้ำหนวกเกิดจากอะไร หูน้ำหนวกเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและมีอาการอักเสบของเยื่อบุหูชั้นกลางอาจจะเกิดแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง 1.หูน้ำหนวกแบบเฉียบพลัน มีกมีอาการปวดหูมากและพบร่วมกับการเป็นหวัด คออักเสบหรือมีความบกพร่อง ในการทำงานของท่อปรับความดันที่ต่อเชื่อมระหว่างหูชั้นกลางและคอ เชื้อโรคสามารถผ่านจากคอไปสู่หูชั้นกลางได้และทำให้เกิดการอักเสบขึ้นในหู ชั้นกลางถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีจะเกิดหนองขังในหูชั้นกลาง และทะลุแก้วหูออกมาแก้วหูที่ทะลุจาการอักเสบอย่างเฉียบพลันเมื่อได้รับการ รักษามักจะปิดเองได้ 2.หูน้ำหนวกแบบเรื้อรังในบางสภาวะ เช่น ในคนที่มีการอักเสบของหูชั้นกลางหลายครั้งหรือร่างกายไม่แข็งแรงภูมิต้านทาน โรคต่ำ แก้วหูอาจไม่สามารถปิดเอง และกลายเป็นหูน้ำหนวกแบบเรื้อรังซึ่งโดยมากมักมีแก้วหูทะลุนานมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป หูน้ำหนวก แบบเรื้อรัวมี 2 ชนิด 2.1หูน้ำหนวกเรื้อรัง ชนิดไม่มีอันตรายมักมีปัญหาหูน้ำหนวกเป็นๆหายๆ จะสังเกตได้ว่าเมื่อเป็นหวัดมีการปั่นหู หรือน้ำเข้าหูครั้งใดก็จะมีการอักเสบของหูชั้นกลางหรือหูน้ำหนวกเกิดขึ้น ทั้งนี้เพราะว่ามีแก้วหูทะลุอยู่แล้ว เชื้อโรคสามารถเข้าไปในหูชั้นกลาง ตาม น้ำที่ไม่สะอาดที่เข้าหูหรือติดมากับไม้พันสำลีที่ไม่สะอาดที่ใช้ปั่นหู เมื่อได้รับการรักษาการอักเสบจะทุเลาได้ หูจะแห้งแต่โดยมากแก้วหูยังมีรูทะลุอยู่ 2.2หูน้ำหนวกเรื้อรังชนิดอันตราย พวกนี้เป็นหูน้ำหนวกเรื้อรังที่จะก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนตามมาได้เป็นชนิด ที่ไม่ปลอดภัยหากทิ้งไว้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขโดยด่วน น้ำหนวกที่ออกมามักจะมีกลิ่นเหม็นมากและมักไหลไม่หยุด ปัญหาแทรกซ้อนที่พบได้แก่ ปวดหูเห็นภาพซ้อน ไข้สูง หน้าเบี้ยว หูหนวก ฝีในสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เวียนศีรีษะ ซึมลงและซักได้ เมื่อไรควรไปพบแพทย์ … Continue reading

ไม่อยากพ่ายแพ้เพราะโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ เมื่อเอ่ยถึงโรคภูมิแพ้หลายคนคิดถึงอาการต่างๆมากมาย หลายคนคิดไปถึงหอบหืด ลมพิษ จาม คันจมูก หู ลำคอ มีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมาบ่อยๆ คัดจมูก ตาแดง และมีน้ำตาไหล และยังอาจเจ็บคอ ปวดท้อง ปวดศีรษะ หรือปวดบริเวณคางและหน้าผากด้วย ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อใด ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและกำหนดวิธีรักษาที่เหมาะที่สุด เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้เรื้อรังอาจกลายเป็นโรคไซนัส และโพรงจมูกอักเสบได้

ไซนัสอักเสบ (Sinus)

หลายๆคนอาจจะได้ยินเพื่อนๆพูดว่า เป็นไซนัส บางคนก็บอกว่าตัวเองเป็นไซนัส และอีกหลายคนคงยังไม่รู้ว่าไซนัสแปลว่าอะไร อันที่จริงแล้ว ไซนัส (Sinus) แปล ว่า โพรง ซึ่งหมายถึง ที่โล่งๆ ไม่มีอะไรบรรจุอยู่ ในที่นี้เราหมายถึงโพรงอากาศที่อยู่รอบๆ โพรงจมูกเราทั้งซ้ายและขวา ในคนปกติทั่วไปจะมีอยู่ข้างละ 4 โพรงอากาศ โพรงอากาศนี้เป็นที่โล่งๆ ในกระโหลกศีรษะ  แต่ละโพรงอากาศก็จะมีรูระบายอากาศตามธรรมชาติ โดยทั่วไปโพรงละ 1 รู ซึ่งจะระบายเข้าสู่โพรงจมูก เมื่อโพรงไซนัสมีการอักเสบเกิดขึ้น เรียกว่า เป็น ไซนัสอักเสบ คนที่รู้จักโรคนี้แล้วคงไม่อยากเรียกยาวๆ ก็เลยเรียกกันย่อๆ ว่าเป็นไซนัส นานๆ เข้าคนชักไม่รู้กันเลยงง ภาพแสดง โพรงไซนัส มี 4 คู่ โพรงไซนัสคือ โพรงอากาศที่อยู่รอบๆ โพรงจมูกทั้งซ้ายและขวา โพรงไซนัสมีทั้งหมด 4 แห่ง คือ ETHMOID SINUS อยู่บริเวณระหว่างตาทั้งสอง MAXILLARY SINUS อยู่บริเวณแก้ม ต่อไปคือ FRONTAL SINUS … Continue reading

เสียงแหบ (Hoarseness)

เสียงแหบ เป็นภาวะที่เสียงพูด เสียงร้องเปลี่ยนแปลงไปจากภาวะปกติ อาการเสียงแหบนี้เกิดขึ้นได้จากหลาย สาเหตุ แต่สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ภาวะความผิดปกติของรูปร่างของสายเสียง (anatomical change) หรือภาวะความผิดปกติของการทำงาน (functional change) ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้โดยการตรวจทางหู คอ จมูก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่องเสียง (larynx) เป็นอวัยวะส่วนสำคัญในการก่อกำเนิดเสียง ขณะที่ลมจากปอดผ่านมายังกล่องเสียงนั้น สายเสียง (vocal cord) ซึ่งควบคุมด้วยแขนงของเส้นประสาทสองคู่ที่ 10 (cranial nerve) จะควบคุมการสั่นสะเทือนของเสียงให้มีระดับเสียงสูงหรือต่ำตามต้องการ เมื่อคลื่นเสียงที่สั่นตามความถี่ที่กำหนดผ่านโคนลิ้น เพดานปาก ฟัน ริมฝีปาก จะออกมาเป็นภาษาที่ต้องการ สาเหตุของการเกิดเสียงแหบที่พบบ่อย 1.การอักเสบของสายเสียง (laryngitis) การอักเสบของสายเสียงที่เกิดจากการติดเชื้อมักมีอาการเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด (flulike symptoms)มาก่อน 2-3 วัน จากนั้มีอาการเจ็บคอมากขึ้น เสียงจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจนถึง เสียงหายไป ตรวจร่างกายจะพบว่าสายเสียงบวมแดง มีแผลบนสายเสียง ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย จะมีเสมหะข้นเขียว และไอได้ การรักษาขั้นต้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักเสียง … Continue reading

อวัยวะใดมักจะเป็นภูมิแพ้

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นด้วยสารก่อภูมิแพ้ มักทำให้เกิดอาการกับอวัยวะต่างๆ ซึ่งแล้วแต่ว่าจะไปเกิดกับอวัยวะใด ส่วนใหญ่ที่มักพบกันคือ ทางเดินหายใจ โดยจะมีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูก หลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด ไอ้เรื้อรัง ถ้าเกิดขึ้นกับผิวหนังก็จะเป็นลมพิษ หรือกาการทางตาจะมีอาการตาแดง คันตา ถ้าเกิดขึ้นกับระบบลำไส้มักเกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน หรือเกิดอาการกระจายไปทั่วร่างกาย เช่น แพ้ฝึ้งหรือถั่วแล้วช็อก หายใจไม่ออก ความดันโลหิตลดก็อาจรุนแรงถึงชีวิตได้ เพราะเกิดปัญหากับระบบหายใจ และระบบการไหลเวียนของเลือด ดังนั้น ภูมิแพ้จึงแสดงอาการได้ตั้งแต่มีน้ำมูก คันจมูกเล็กน้อย เรื่อยไปจนขั้นรุนแรงถึงชีวิต และมีปัญหาอื่นที่เกิดขึ้นมักเป็นผลตามมาจากการระคายเคืองและการอักเสบ ดังนั้น ถ้ามีอาการอย่างใดต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

โรคหืด

โรคหืดเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากหลอดลม มีความไวต่อการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้า ได้ง่ายกว่าปกติ การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด ควรศึกษาถึงการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด ควรศึกษาถึงข้อมูลต่าง อาทิ ตัวกระตุ้นที่อาจทำให้เกิดการจับหืด วิธีการใช้ยาที่ถูกต้องจำนวนและขนาดยาที่ใช้และวิธีการใช้พ่นยาที่ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายจะต้องรู้จักวิธี การวัดสมรรถภาพการทำงานของปอดด้วยตัวเอง จากเครื่องวัดอัตราการไหลสูงสุด (Mini-Wright Peak flow meter) ซึ่งจะนำเอาผลการตรวจดังกล่าวไปใช้ในการประเมินความรุนแรงของโรคและปรับแผน การรักษาให้เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการเตือนสติให้ผู้ป่วยรีบไปพบแพทย์ ในกรณีที่ผลการทำงานของปอดเสื่อมถอยลง หลักการรักษาโรคหืดด้วยตนเองมีดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงภาวะมลพิษ ภาวะ มลพิษที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองใหญ่ๆ เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคปอดหลายชนิด อาทิ โรคถุงลมโป่งพอง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง มะเร็งปอด อีกทั้งยังเป็นผลเสียต่อผู้ป่วยโรคหืด ก๊าซที่อยู่ในมลพิษเหล่านี้ได้ คาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์-ไดออกไซด์ และอนุภาคอื่นๆ สามารถพบได้ในเมืองใหญ่ๆ ที่มีการจราจรคับคั่ง มีโรงงานอุตสาหกรรมและมีผู้คนอาศัยกันอย่างหนาแน่น ก๊าซเหล่านี้เป็นโทษต่อเยื่อบุทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคหืดควรอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศบริสุทธิ์ โดยหลีกเลี่ยงภาวะมลพิษให้มากที่สุด 2.หลีกเลี่ยงและกำจัดสารภูมิแพ้ การ หลีกเลี่ยงสารภูมิแพ้เป็นวิธีการรักษาโรคหืดที่ได้ผลดี ดังนั้นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงสารภูมิแพ้ที่อยู่ใกล้ตัว อาทิ ขนแมว ขนสุนัข คนที่แพ้อาหารทะเลก็ไม่ควรรับประทานอาหารทะเล สารภูมิแพ้บางอย่างเป็นสิ่งที่เจือปนอยู่ในบรรยากาศโดยที่เรามองไม่เป็น อาทิ เกสรดอกไม้ สปอร์ของรา ฝุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่กำจัดให้หมดไปได้ยาก ส่วนที่หลีกเลี่ยงได้ … Continue reading

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis)

เนื่องจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ส่งผลให้คนเป็นโรคเกี่ยวกับภูมิแพ้กันเพิ่มขึ้น อาการ :จามบ่อย ๆ :น้ำมูกใส :คันจมูก :คัดจมูก :และอาจจะมีอาการอื่นๆ เช่น คันเพดานปาก คันคอ น้ำมูกไหลลงคอ มึศีรษะ อ่อนเพลีย หูอื้อ (ท่อปรับความดันหูบวม) นอกจากนี้อาจพบโรคภูมิแพ้ตำแหน่งอื่นร่วมด้วย เช่น ตาแดง ตาอักเสบจากภูมิแพ้ ลมพิษ ผื่นคัน ไอเรื้อรัง หอบหืด สาเหตุ 1.สาเหตุนำ คือเรื่องกรรมพันธุ์ ถ้ามีพ่อแม่ญาติพี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้ จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคกลุ่มนี้ได้มากกว่าคนอื่น 2.สาเหตุโดยตรง คือสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งเป็นสารที่อยู่รอบๆ ตัวเราซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางหายใจ ทางการกินหรือทางสัมผัส จากการศึกษาพบว่า สารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการบ่อยที่สุดคือ ไรในฝุ่น ฝุ่นบ้าน ที่พบรองๆ ลงมาคือเชื้อรา ละอองเกสรหญ้ามูลและเศษชิ้นส่วนของแมลง ฝุ่น ขนและรังแคสัตว์เลี้ยง จริงๆ แล้วสารก่อภูมิแพ้ได้มากมายรอบๆ ตัวเราและบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับอาชีพการงาน เช่น แพ้ผงซักฟอก หมึกพิมพ์ ดังนั้นผู้ป่วยควรเป็นคนช่างสังเกตเพื่อหาสาเหตุของตนเอง ทั้งเรื่องของกรรมพันธุ์และสารก่อภูมิแพ้ต่างทำให้เกิดโรคภูมิแพ้อากาศได้ เพราะว่าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างโปรตีนตัวหนึ่งคือ … Continue reading